ทำความรู้จักกับป้ายภาษีรถยนต์
ป้ายภาษีรถยนต์ นั้นเปรียบเสมือน “บัตรประจำตัว” ของรถยนต์คันหนึ่ง เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าของรถได้ชำระภาษีรถยนต์ตามกฎหมายกำหนดเรียบร้อยแล้ว
ป้ายภาษีรถเป็นหลักฐานการชำระภาษีรถประจำปี 150 บาท (รถยนต์ส่วนบุคคล 7 ที่นั่ง) ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจัดทำขึ้น โดยจะมีรายละเอียดระบุบนป้าย ดังนี้
- เลขทะเบียนรถ
- ประเภทของรถ
- วันที่สิ้นภาษีรถยนต์
ทำไมต้องมีป้ายภาษีรถยนต์?
การแสดงป้ายภาษีรถยนต์ เป็นข้อบังคับตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 14 ระบุว่า “รถยนต์ทุกคันต้องแสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถ ตัวอักษรและตัวเลข เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี ประจำปีไว้ในที่อันควร”
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเรียกตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าคุณได้ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีแล้ว ดังนั้น การแสดงป้ายภาษีรถจะช่วยให้คุณ ขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงค่าปรับ 1,000 บาท จากการไม่แสดงป้ายภาษีรถ
ป้ายภาษีรถยนต์ยังถือเป็นแหล่งรายได้ของรัฐ ซึ่งเงินที่ได้จากการเก็บภาษีรถยนต์จะนำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม
ถ้าไม่มีป้ายภาษี หรือไม่จ่ายภาษีรถยบนต์ประจำปี จะเกิดอะไรขึ้น?
- เสียค่าปรับ 1,000 บาท
- เสียเวลาถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบ
- อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
- รถอาจถูกยึด ในกรณีที่ฝ่าฝืนไม่ต่อภาษีรถยนต์เป็นเวลานาน อาจมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย และอาจถูกยึดรถได้
- หากเกิดอุบัติเหตุและรถไม่มีป้ายภาษี อาจส่งผลต่อการเคลมประกัน หรือการได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัย
วิธีรับ – ต่ออายุป้ายภาษีรถ สามารถรับได้ 2 วิธี
- ต่ออายุออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หรือแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue
- ต่ออายุที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
การชำระภาษีรถยนต์ประจำปีและแสดงป้ายภาษีรถยนต์ เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของรถยนต์ นอกจากจะช่วยให้คุณขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังช่วยรักษาความปลอดภัยบนท้องถนนอีกด้วย
สรุป
ป้ายภาษีรถยนต์เป็นเอกสารสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารถคันนั้นได้ชำระภาษีประจำปีครบถ้วนแล้ว การต่อภาษีรถยนต์เป็นหน้าที่ของเจ้าของรถทุกคน การไม่ต่อภาษีรถยนต์อาจส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นควรหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุของภาษีรถยนต์ และดำเนินการต่อภาษีให้ทันเวลา
